กรมเจ้าท่าเดินหน้า “โครงการเสริมทรายหาดชะอำ” ฟื้นฟูชายฝั่ง สร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม–เศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00–12.00 น. ณ ห้องประชุมเสมา ฮอลล์ โรงแรมรีเจ้นท์ บีช รีสอร์ท จังหวัดเพชรบุรี กรมเจ้าท่า จัดการประชุมสัมมนาระดับจังหวัด ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการ “เสริมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะบริเวณชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี” โดยมี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายสุวิทย์ ดอกคำ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมเจ้าท่า ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่กว่า 120 คน เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น
นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางดำเนินงานโครงการเสริมทรายชายหาดชะอำ และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อชุมชนท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำให้กรมเจ้าท่าให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
สำหรับโครงการเสริมทรายชายหาดชะอำ ระยะที่ 1 ตอนที่ 1 เป็นการดำเนินการตามแผนแม่บทของกรมเจ้าท่า เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมายาวนาน และฟื้นฟูหาดชะอำให้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศอีกครั้ง โดยผลการศึกษาของสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า “การเสริมทราย” เป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด และไม่กระทบต่อกิจกรรมทางน้ำหรือการเดินเรือซึ่งมีพื้นที่ดำเนินการรวมระยะทาง 17.5 กิโลเมตร แบ่งเป็น 9 ส่วน โดยเริ่มดำเนินการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะรุนแรงที่สุด คือบริเวณชุมชนบ่อพุทราและชุมชนบางไทรย้อย ระยะทางประมาณ 800 เมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 โดยมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ประกอบด้วยงานเสริมทรายชายหาด ความกว้าง 50–80 เมตร ระบบทางเดินเท้าป้องกันชายหาด และการจัดทำป้ายประติมากรรมสัญลักษณ์ของโครงการ
ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าได้กำหนดมาตรการควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ทั้งการลดฝุ่นละอองและเสียงรบกวนให้อยู่ในมาตรฐาน รวมถึงจัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูล แสดงความเห็น และร้องเรียนได้โดยตรงและเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยพลิกฟื้นชายหาดชะอำให้กลับมาสวยงาม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สร้างรายได้ให้กับชุมชน และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางสมดุลระหว่าง “สิ่งแวดล้อม – เศรษฐกิจ – สังคม” ของจังหวัดเพชรบุรี.