ประชาชนชาวเพชรบุรี ร่วมทำบุญใหญ่แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ ภายหลังทีมนักโบราณคดีกรมศิลปากรขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทั้งหมด 8 โครง คาดอายุ 1,500 – 2,000 ปี พร้อมกลองมโหระทึกจำนวน 6 ใบ เครื่องประดับทองคำ และสำริดจำนวนมาก หวั่นเข้าหน้าฝนเป็นอุปสรรคในการทำงาน
.
เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง หมู่ที่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและอุทิศส่วนบุญกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับเป็นโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุประมาณ 1,500 – 2,000 ปี จำนวนทั้ง 8 โครง ที่ทีมนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ร่วมกับชุมชนดำเนินการขุดค้นพบ โดยมี นายชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร พ.ต.อ.เชิญ พลายมี นายก อบต.สมอพลือ รศ.ดร.กาญจนา บุญส่ง คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นางสาวปราจิน เครือจันทร์ ผอ.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี นายเจน – นางคนางค์ เพชรสุด เจ้าของที่นา พร้อมด้วยประชาชนชาวตำบลสมอพลือร่วมพิธี
.
ตามที่ สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ประชาชนชาวตำบลสมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ร่วมกันขุดกู้และขุดสำรวจแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ตั้งอยู่กลางทุ่งนา พื้นที่หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จนพบโบราณวัตถุชิ้นสำคัญคือ “กลองมโหระทึก” หรือ “กลองสำริด” โบราณวัตถุอายุประมาณ 1,500 – 2,000 ปี ที่มีต้นกำเนิดมาจากวัฒนธรรมดองซอน ทางตอนเหนือของประเทศเวียนนาม และมีการแพร่กระจายมาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยพื้นที่ที่พบกลองมโหระทึกใกล้ที่สุดคือ เมืองคูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี ขณะที่จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ยังไม่มีการค้นพบกลองมโหระทึกมาก่อน จนกระทั่งช่วงต้นกุมภาพันธ์มีการขุดค้นพบกลองมโหระทึก จำนวน 2 ใบ บริเวณกลางทุ่งนา แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง จึงเป็นที่มาของการขุดกู้และขุดสำรวจตามหลักโบราณคดีของนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นำโดย นางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เป็นหัวหน้าที่ในการขุดค้น ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือนด้วยกัน
.
ผลการดำเนินการขุดกู้และขุดค้นในช่วงแรก พื้นที่การขุดค้นขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2 เมตร พบชิ้นส่วนกลองมโหระทึกบางส่วนที่ชำรุดเสียหาย พบภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ภาชนะที่ทำจากการโลหะสำริด กระทั่งพบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์บริเวณส่วนขา และแขวนทองคำ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายหลุมขุดค้นเป็นกว้าง 4 เมตร ยาว 4.5 เมตร โดยการดำเนินการระยะที่ 2 ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน 2569 ทีมนักโบราณคดีดำเนินการขุดค้นร่วมกับประชาชนในพื้นที่ พบโครงกระดูกมนุษย์ จำนวน 8 โครง ในลักษณะนอนหงายเหยียดตรง เรียงเป็นหน้ากระดาน มีการซ้อนทับระหว่างโครงกระดูกที่ 2 – 3 มีการเรียงและซ้อนทับกันในโครงกระดูกที่ 5 – 8 ที่สำคัญคือ ทุกโครงกระดูกมีเครื่องประดับสำริดทรงกลมคล้ายหมวก ครอบหรือสวมทับบริเวณกะโหลกศีรษะมนุษย์ ทั้ง 8 โครง มีเครื่องประดับสำริด ภาชนะสำริด ลูกปัดหิน ลูกปัดแก้ว วางอยู่บริเวณโครงกระดูก โดยเฉพาะโครงกระดูกมนุษย์ที่พบโครงแรก พบเครื่องประดับที่ทำจากทองคำจำนวนมาก อาทิ กำไลข้อมูล แหวนทองคำ จี้ทองคำ ลูกปัดทองคำ ต่างหูทองคำ โดยยังมีภาชนะเครื่องปั้นดินเผาวางบริเวณปลายเท้าโครงกระดูก และยังพบกลองมโหระทึกเพิ่มอีกจำนวน 4 ใบ รวมเป็นทั้งหมด 6 ใบ
.
จากหลักฐานที่พบดังกล่าว นักโบราณคดีระบุว่า เป็นพิธีกรรมการฝังศพของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ คาดอายุประมาณ 1,500 – 2,000 ปี เนื่องจากยังไม่มีการเผาศพ และมีการใช้เครื่องประดับทองคำ สำริด ภาชนะสิ่งของต่าง ๆ อุทิศให้กลุ่มผู้วายชนม์ อีกทั้งยังเป็นกลุ่มบุคคลชั้นสูง เนื่องจากมีเครื่องประดับทองคำ สำริด รวมถึงกลองมโหระทึกเป็นเครื่องแสดงสถานะ ไม่ใช้บุคคลหรือชาวบ้านปกติธรรมดา นอกจากนี้เครื่องประดับทองคำที่พบมีลวดลายประณีตสวยงาม และมีลักษณะใกล้เคียงกับอารยธรรมอินเดีย จึงเป็นไปได้ว่า ชุมชนแห่งนี้มีการติดต่อแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้ากับกลุ่มบุคคลภายนอก
ทั้งนี้ นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กล่าวขอบคุณในความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการอำนวยความสะดวกในการขุดสำรวจแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ตั้งแต่เจ้าของที่นา (นางคนางค์ นายเจน เพชรสุด) ที่ให้ความยินยอมและอนุญาตให้นักโบราณคดีได้ปฏิบัติงาน หัวหน้าส่วนราชการตั้งแต่นายอำเภอบ้านลาด นายก อบต.สมอพลือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารสถานศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ตลอดจนเจ้าอาวาสวัดเขาทโมน ประชาชนในพื้นที่ตำบลสมอพลือ ที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานของนักโบราณคดีจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แม้ว่าขณะนี้จะประสบปัญหาเรื่องความชื้น และน้ำใต้ดิน เพราะพื้นที่บริเวณรอบมีการทำนา และเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้มีน้ำไหลซึมและมีน้ำขังอยู่ภายในหลุมขุดค้น ส่งผลต่อชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ และการปฏิบัติงานของนักโบราณคดี.