ปลัดจังหวัดเพชรบุรี นำทีมบูรณาการลงพื้นที่สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน สถานการณ์ปกติ ไร้การกักตุน ขณะที่สถานประกอบการร่วมมือบริหารจัดการน้ำมันที่มีอยู่ ให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง
ฝ่ายปกครองจังหวัดเพชรบุรีบูรณาการร่วมกับกอ.รมน. ตำรวจ และกรมการปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์และป้องกันการกักตุนน้ำมันดีเซล สร้างความมั่นใจให้ประชาชนหลังรัฐบาลประกาศผ่อนผันรถบรรทุกน้ำมันวิ่ง 24 ชั่วโมงเพื่อเร่งกระจายสินค้า
วันที่ 22 มีนาคม 2569 นายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายศรัณย์ เกตุทอง นายอำเภอเมืองเพชรบุรี พ.ต.อ.โชคชัย เนียลเซ็น ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี นายอธิวัฒน์ พรหมชิต เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ จากศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พ.อ.สมาน สุบรรณภาพ หน.กลุ่มงานประสานความมั่นคง กอ.รมน.จังหวัด พ.บ. และคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมัน 2 แห่ง ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันพีที (PT) ตำบลเวียงคอย สถานีบริการน้ำมันปตท. (PTT) ตำบลไร่ส้ม การตรวจครั้งนี้เน้นไปที่การตรวจสอบปริมาณน้ำมันคงคลัง (Stock) เปรียบเทียบกับบัญชีการจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่รายงานตรงกับข้อเท็จจริง และไม่มีพฤติกรรมการกักตุนน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ประชาชนมีความต้องการสูง
นายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า การนำคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เชิงรุกตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมันดีเซลอย่างใกล้ชิด การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบปริมาณน้ำมันคงคลังและระบบการจำหน่าย เพื่อป้องกันพฤติกรรมการกักตุนสินค้าที่อาจสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในช่วงที่มีความกังวลด้านสตอกน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบัญชีการจ่ายน้ำมันให้ตรงตามข้อเท็จจริงในทุกขั้นตอน ซึ่งสถานการณ์โดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหตุการณ์ยังคงปกติ ไม่พบสัญญาณการกักตุนน้ำมันในพื้นที่แต่อย่างใด ขอให้พี่น้องประชาชนคลายความกังวลใจ เนื่องจากมีหน่วยงานภาครัฐบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลังเพื่อเป็นหูเป็นตาให้แก่สังคม โดยผลการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และพยายามบริหารจัดการน้ำมันที่มีอยู่เพื่อระบายให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึงที่สุด ซึ่งจากการพูดคุยพบว่าสถานประกอบการมีความเข้าใจและพร้อมปฏิบัติตามนโยบายรัฐเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของส่วนรวม
นอกจากนี้ ปลัดจังหวัด ระบุว่า โดยปกติแล้วปั๊มน้ำมันจำเป็นต้องเหลือปริมาณน้ำมันสำรองไว้ประมาณ 10% ของความจุถัง เพื่อรักษาระบบส่งจ่าย หล่อลื่น ระบายความร้อน และป้องกันไม่ให้ตะกอนหรืออากาศเข้าสู่ระบบจนเกิดความเสียหายต่อตัวปั๊ม อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปัจจุบันผู้ประกอบการได้ยินยอมลดสัดส่วนน้ำมันสำรองลง เพื่อนำน้ำมันส่วนที่เหลือออกมาจำหน่ายให้แก่ประชาชนได้ใช้งานอย่างทั่วถึง แสดงให้เห็นถึงความพยายามของทุกภาคส่วนที่จะประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี